ชั้นป้องกันที่มองไม่เห็น แต่ป้องกันความเสียหายได้มาก
เมื่อพูดถึงงานปูบ่อกันซึม หลายคนนึกถึงแค่แผ่น HDPE เพียงอย่างเดียว แต่ในโครงการที่ได้มาตรฐานสากล โดยเฉพาะบ่อฝังกลบขยะ บ่อเหมืองแร่ และบ่อบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรม มักมี แผ่นใยสังเคราะห์ (Geotextile) ปูรองอยู่ใต้แผ่น HDPE อีกชั้นหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นหลังปูเสร็จ แต่ทำหน้าที่สำคัญในการยืดอายุใช้งานของระบบกันซึมทั้งหมด
Geotextile คืออะไร มีกี่ชนิด
Geotextile คือวัสดุใยสังเคราะห์ที่ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์หรือโพลีโพรพิลีน แบ่งเป็นสองประเภทหลักตามกระบวนการผลิต
- ชนิดทอ (Woven Geotextile) ผลิตโดยการทอเส้นใยไขว้กันเป็นตาราง ให้ความแข็งแรงต่อแรงดึงสูง นิยมใช้ในงานเสริมกำลังดินหรือกันการทรุดตัวของฐานราก
- ชนิดไม่ทอ (Non-woven Geotextile) ผลิตโดยการอัดเส้นใยแบบสุ่มทิศทางแล้วยึดติดกันด้วยความร้อนหรือการเจาะเข็ม มีลักษณะคล้ายสักหลาดหนา ให้คุณสมบัติกรองน้ำและกันเจาะทะลุได้ดี เป็นชนิดที่นิยมใช้รองใต้แผ่น HDPE มากที่สุด
หน้าที่ของ Geotextile เมื่อใช้รองใต้แผ่น HDPE
1. ป้องกันการเจาะทะลุ (Puncture Protection)
เป็นหน้าที่หลักในบริบทนี้ Geotextile ชนิดไม่ทอทำหน้าที่เป็นชั้นกันกระแทกระหว่างแผ่น HDPE กับพื้นดินหรือชั้นหินที่อยู่ด้านล่าง เมื่อมีหินแหลมหรือของมีคมที่หลงเหลืออยู่ใต้ชั้นเตรียมพื้น แรงกดจากน้ำหนักน้ำจะถูกกระจายออกทั่วพื้นที่ผ่านเนื้อใยแทนที่จะกดจุดเดียวทะลุแผ่น HDPE โดยตรง
2. ระบายน้ำและก๊าซ (Drainage)
ในงานบ่อฝังกลบขยะและบ่อบำบัดบางประเภท ต้องมีการระบายน้ำซึมหรือก๊าซที่เกิดจากการย่อยสลายใต้แผ่น Geotextile ทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ของเหลวและก๊าซไหลผ่านไปยังจุดรวบรวมได้ โดยไม่สะสมแรงดันใต้แผ่นจนดันแผ่นให้โป่งพองหรือฉีกขาด
3. กรองอนุภาคดิน (Filtration)
ในระบบที่มีชั้นระบายน้ำอยู่ใต้ Geotextile เนื้อใยจะทำหน้าที่กรองไม่ให้อนุภาคดินขนาดเล็กไหลลงไปอุดตันชั้นระบายน้ำ ในขณะที่ยังให้น้ำไหลผ่านได้ตามปกติ
เลือกน้ำหนักและชนิดอย่างไรให้เหมาะกับหน้างาน
หลักการเลือก Geotextile ที่ใช้กันในงานวิศวกรรมธรณีสังเคราะห์ทั่วไปพิจารณาจากขนาดและความคมของวัสดุที่อาจหลงเหลืออยู่ใต้ชั้นเตรียมพื้น ยิ่งมีความเสี่ยงสูง ยิ่งต้องเลือกน้ำหนักต่อพื้นที่ที่มากขึ้น
| ลักษณะหน้างาน | ระดับความเสี่ยง | แนวทางเลือก Geotextile |
|---|---|---|
| ดินเหนียว/ดินร่วนบดอัดเรียบ ไม่มีหินปน | ต่ำ | อาจไม่จำเป็นต้องปูเพิ่ม หรือใช้น้ำหนักเบาเพื่อเสริมความมั่นใจ |
| ดินลูกรัง มีหินขนาดเล็กปนทั่วไป | ปานกลาง | Non-woven น้ำหนักปานกลาง ครอบคลุมทั้งพื้นที่ปูแผ่น |
| บ่อฝังกลบขยะ บ่อเหมืองแร่ พื้นที่หินก้อนใหญ่ | สูง | Non-woven น้ำหนักสูง อาจพิจารณาปูสองชั้นในจุดเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ |
วิธีปูให้ได้ผลตามที่ออกแบบไว้
- ปูให้เรียบตึง ไม่มีรอยยับหรือพับ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างใต้แผ่น HDPE ที่วางทับด้านบน
- ซ้อนทับรอยต่อระหว่างผืนให้เพียงพอ โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นไป หรือเย็บ/เชื่อมรอยต่อตามข้อกำหนดของโครงการ เพื่อไม่ให้มีช่องว่างที่ของมีคมแทรกผ่านได้
- ยึดชั่วคราวกันลมพัดก่อนปูแผ่น HDPE ทับ เพราะ Geotextile มีน้ำหนักเบากว่าแผ่น HDPE มาก ลมสามารถพัดปลิวได้ง่ายในระหว่างการทำงาน
- ตรวจสอบว่าไม่มีของมีคมติดอยู่บนผิว Geotextile ก่อนปูแผ่น HDPE ทับ เพราะ Geotextile ป้องกันได้เฉพาะสิ่งที่อยู่ด้านล่างเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่วางทับบนตัวมันเอง
คุ้มค่าแค่ไหนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง
ค่าใช้จ่ายของ Geotextile ต่อตารางเมตรถูกกว่าแผ่น HDPE มาก เมื่อเทียบกับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการซ่อมบ่อที่รั่วจากการเจาะทะลุ ซึ่งต้องสูบน้ำออกและเปิดหน้างานใหม่ทั้งหมด การลงทุนเพิ่มในชั้นป้องกันนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง อ่านขั้นตอนเตรียมพื้นทั้งหมดได้ที่ เตรียมหน้าดินก่อนปูแผ่น HDPE ให้ใช้งานได้นานกว่า 20 ปี
บริษัท เอชดีพีอี เอเชีย จำกัด จำหน่ายและให้คำแนะนำการเลือก Geotextile ให้เหมาะกับสภาพหน้างานแต่ละโครงการ พร้อมทีมช่างติดตั้งครบวงจร ติดต่อทีมวิศวกรเพื่อประเมินหน้างาน
คำถามที่พบบ่อย
Geotextile คืออะไร ต่างจากแผ่น HDPE อย่างไร
Geotextile คือแผ่นใยสังเคราะห์ที่ทอหรืออัดจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์หรือโพลีโพรพิลีน มีลักษณะคล้ายผ้าสักหลาดหนา ต่างจากแผ่น HDPE ที่เป็นแผ่นพลาสติกทึบกันน้ำ Geotextile ไม่ได้ทำหน้าที่กันน้ำ แต่ทำหน้าที่กรอง ระบายน้ำ เสริมกำลังดิน หรือป้องกันการเจาะทะลุ ขึ้นกับชนิดและตำแหน่งที่ใช้งาน
จำเป็นต้องปู Geotextile ทุกโครงการไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นกับสภาพดินก้นบ่อ หากพื้นเป็นดินเหนียวหรือดินร่วนที่บดอัดเรียบเนียนดีและไม่มีของมีคม อาจข้ามขั้นตอนนี้ได้ แต่หากพื้นที่เป็นดินลูกรัง มีหินปน มีเศษเปลือกหอย หรือเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างบ่อฝังกลบขยะ ควรปูเป็นชั้นป้องกันเพิ่มเติมเสมอ เพราะค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไม่มากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงจากแผ่นถูกเจาะทะลุ
Geotextile ที่ใช้รองใต้ HDPE ควรมีน้ำหนักเท่าไหร่
แนวทางวิศวกรรมธรณีสังเคราะห์ที่ใช้กันในโครงการทั่วไปนิยมเลือก Geotextile ชนิดไม่ทอ (Non-woven) น้ำหนักอยู่ในช่วงประมาณ 200-400 กรัมต่อตารางเมตร โดยเลือกน้ำหนักที่หนาขึ้นสำหรับพื้นที่ที่มีหินขนาดใหญ่หรือความเสี่ยงเจาะทะลุสูง เช่น บ่อฝังกลบขยะหรือบ่อเหมืองแร่ ส่วนน้ำหนักเบากว่าเหมาะกับพื้นดินทั่วไปที่ปรับสภาพมาดีแล้ว
ปูผิดวิธีจะเกิดปัญหาอะไร
หากปู Geotextile ไม่เรียบหรือมีรอยยับพับ จะเกิดช่องว่างใต้แผ่น HDPE ทำให้แผ่นไม่แนบกับพื้นสม่ำเสมอ เมื่อรับน้ำหนักน้ำจะเกิดจุดรับแรงเค้นเฉพาะจุด และหากรอยต่อระหว่างผืน Geotextile ไม่ได้เย็บหรือซ้อนทับกันเพียงพอ ของมีคมใต้ดินสามารถแทรกผ่านช่องว่างนั้นขึ้นมาเจาะแผ่น HDPE ได้เช่นกัน